[KHR~FanFic-87/69/18+27]This is a FAMIGLIA {1}
posted on 18 Sep 2009 20:34 by hussoshi in FanFiCTioN
Title : This is a FAMIGLIA!
Author : O.H.R HuSTsU
Category : Romance
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing : 8727 / 6927 / 1827 / XS / 10051 / 8059 / RD / LamboFuta
Rate : PG-15 > NC-18
Warning : Mpreg
Notice :
1. เรื่องนี้คนเขียนลำเอียงประแจอย่างตั้งใจ
2. สึนะเรื่องนี้เอาท์คาแรคเตอร์สุดกู่แต่มีสาเหตุ
3. อย่าหาสาระกับเรื่องนี้เพราะมันไม่มี
4. อย่าหาความสนุกจากเรื่องนี้เช่นกัน เพราะคนแต่งเองก็ไม่มั่นใจในฝีมือ
วันนี้น่านฟ้าอิตาลีโล่งโปร่งและแจ่มใส
มีเมฆบ้างประปรายเพื่อบังแสงอาทิตย์จ้าในหน้าร้อนไม่ให้แรงเกินไปนัก
เห็นแล้วช่างเป็นวันที่เหมาะกับงานมงคลอย่างหาที่ใดเปรียบ
และเขาคงจะรู้สึกยินดีมากกว่านี้ถ้าไม่ต้องคอยยืนเกร็งฝืนยิ้มรับแขกที่มา
กันไม่ขาดสาย ซึ่งจะโทษใครก็ไม่ได้
เพราะเขานั่นแหละเป็นคนเชิญบรรดาแขกเหรื่อเหล่านั้นในฐานะเจ้าภาพมาเอง
“รุ่นที่10 ไปพักก่อนเถอะครับ หน้าซีดมากเลย”
สึนะหันไปมองมือขวาที่ไม่ว่าเปล่ายังประคองตัวเขาเหมือนกลัวว่าเขาพร้อมที่
จะเป็นลมได้ทุกเมื่อ
ร่างเล็กสั่นหน้าแล้วสูดหายใจลึก ๆ พยายามยืนให้มั่นคง
“ไม่เป็นไรหรอก โกคุเดระคุง เหลืออีกไม่กี่คนก็จะหมดแล้วล่ะ”
“แต่ว่า...”
“ไม่เชื่อใจฉันหรอ” ยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายคลายกังวล แต่ก็ฝืดฝืนเต็มที่
เพราะตัวเองก็ยอมรับว่าถ้าไม่มีชายหนุ่มคอยประคอง เขาก็คงจะเซไปเหมือนกัน
ใช่...
กับอีแค่ยืนคอยต้อนรับแขกมันคงไม่หนักหนาอะไรถ้าไม่มีเจ้าอาการมึนหัวนี่
หลายวันมานี้เขามักจะมีอาการวิงเวียนบ้าง บางวันก็เบื่ออาหาร
บางวันก็กินไม่หยุด ดูแล้วใคร ๆ
ก็มองออกว่าสภาพร่างกายไม่ปกติแต่ตนก็ไม่ยอมไปหาหมอ
และบอกปัดไปว่าคงเพราะเหนื่อยจากการวิ่งวุ่นเตรียมงาน
“อ๊ะ
ท่านรุ่นที่ 10!” อาการวูบแล่นขึ้นมาอีกครั้ง
ครานี้เลยเซไปพิงคนประคองเข้าไปเต็ม ๆ “นี่มันไม่ใช่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ
ได้โปรดเข้าไปนั่งพักในโบสถ์เถอะครับ!
แขกที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่มือขวาอย่างผมเถอะ!!”
“แต่ว่า......” เห็นท่าทีดึงดันของคนสนิทแล้วก็ต้องจำนน “งั้นฝากด้วยนะ”
“วางใจผมได้เลยครับ!”
สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินออกมา เหลือบมองกลับไปก็เห็นชายหนุ่มโบกมือมาให้หยอย
ๆ แค่งานง่าย ๆ อย่างยืนต้อนรับแขกยังทำไม่ได้
ช่างไร้ประโยชน์ไม่สมเป็นหัวหน้ามาเฟียอันดังหนึ่งชะมัด
แล้วอย่างนี้จะให้กลับเข้าไปพักที่โบสถ์เฉย ๆ คงได้เจอรีบอร์นด่าตาย
ขณะกำลังมองหาลู่ทางหลบอดีตอาจารย์พิเศษที่ได้กลายมาเป็นที่ปรึกษาของวองโกเล่ น้ำเสียงร่าเริงคุ้นหูก็ตะโกนเรียกมาแต่ไกล
“โอ้ สึนะ!”
“ยามาโมโตะคุง”
“ยังมึนหัวอยู่อีกหรอ สีหน้าไม่ดีเลย” ดูท่าว่าอาการเขาคงจะแย่เอามาก ๆ ใครก็ใครเลยพากันมาประคองอัตโนมัติ
“อืม ก็นิดหน่อยน่ะ แล้วฝั่งนั้นโอเคหรือยัง?”
“เพอร์เฟคเลยล่ะ” ยามาโมโตะยิ้มกว้าง ชายหนุ่มที่มักอารมณ์ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ววันนี้กลับยิ่งอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่
ก็วันมงคลทั้งที เป็นใครจะไม่ยินดี
เขาเองก็อยากจะเต็มที่กับวันแสนสำคัญนี่เช่นกัน
แต่อาการมึนหัวมันคอยรุมเร้าอยู่เรื่อย ๆ จบงานนี้เมื่อไหร่
คงต้องยอมไปหาหมอจริง ๆ
“นี่ก็จะมาชวนไปดูเนี่ยแหละ ตอนนี้ว่างแล้วใช่มั๊ย?”
“อืม ประมาณนั้น” ไม่กล้าตอบเต็มปากเพราะที่จริงโดนไล่มา “ว่าแต่ เขาห้ามเจอเจ้าสาวก่อนพิธีไม่ใช่หรอ?”
“จะเป็นไรไป ทีแซนซัสยังไปได้เลย!”
“ห๊า?!!”
“มาเร็ว สึนะ!”
“ดะ เดี๋ยวว ยามาโมโตะคุง!!”
พูดจบก็โดนฉุดให้วิ่งตาม แม้หลายปีมานี่ตัวเองจะสูงขึ้นแล้วก็ตาม
แต่เทียบกับหนุ่มนักกีฬาที่แต่เดิมก็สูงกว่าชาวบ้านเขาอยู่แล้วใครจะไปตาม
ทันล่ะ! ยังไม่นับว่าตอนนี้เขากำลังป่วยอยู่นะ!!
ไม่ทันไรก็มาถึงบริเวณห้องพักที่ไว้สำหรับแต่งตัว
แม้แต่บริเวณนี้ก็ถูกประดับด้วยดอกกุหลาบสีขาวละลานตาสมกับเป็นงานวิวาห์ของ
คนระดับบอสในวงการมาเฟีย
“อั๊ก...!” มัวแต่หันซ้ายหันขวาชื่นชมเพลิน ไม่ทันเห็นว่าคนที่จูงมือมาหยุดวิ่งกะทันหันเลยจนหลังอีกฝ่ายปักเข้าเต็ม ๆ
“อ้าว เจ็บหรือเปล่าล่ะนั่น”
...ก็เจ็บน่ะสิ!...หลังของนักกีฬาอย่างนายชนทีอย่างกับโหม่งกำแพง
“จะหยุดก็ส่งเสียงนิดนึงก็ได้นะ ยามาโมโตะ”
“ฮ่า
ๆ ๆ โทษที ๆ” มองชายหนุ่มที่หัวเราะกลบเกลื่อนอย่างคาดโทษ นิด ๆ
ก่อนมองหาสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายหยุดกะทันหัน แล้วตนก็ต้องเบิกตาค้าง
“อ้าว สึคุง”
“คะ...คะ...เคียวโกะจัง”
หญิงสาวในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวยาวเหนือเข่าดูน่ารักน่าชัง
แพรผมสีน้ำตาลอ่อนรวบขึ้นเป็นช่อแซมด้วยเครื่องประดับดอกไม้สีชมพูอ่อน
ลำคอเปลือยเปล่าทาบประดับด้วยสร้อยไข่มุกสีครีมไม่ให้ดูโล่งตา
แถมช่วงไหล่บางเคลียด้วยปอยผมที่ปล่อยลงมาบางส่วน
....นางฟ้า นี่มัน นางฟ้าชัด ๆ !!...
“กำลังจะเดินไปหาอยู่พอดีเลยล่ะ สึคุง เข้ามาสิ”
ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบาง ๆ
แค่นี้ก็สวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้ว แต่พอเจอรอยยิ้มหวานปานเทพธิดา
สึนะเลยถึงกับยืนตะลึงค้าง หน้าแดง อ้าปากพะงาบ ๆ
เป็นทูน่าขาดน้ำอยู่อย่างนั้น
“สึนะ เฮ้ สึนะ!!”
“อะ...อะ อะไร?”
“ไม่เข้ามาหรอ?” พอรู้สึกตัวอีกที ทั้งเคียวโกะจัง และ ยามาโมโตะก็เข้าไปในห้องแต่งตัวแล้ว
“อืม มาแล้ว ๆ”
...ไม่ว่าจะกี่ปี เคียวโกะจังก็น่ารักที่สุดนั่นแหละ...น่ารักจนเขาตาพร่า มึนหัวขึ้นมาอีกเลยทีเดียวเชียว!
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“แอะ...แอ๊” เจ้าตัวเล็กบนตักเริ่มดิ้นไปมาเรียกร้องความสนใจเมื่อคนอุ้มชักจะละเลยตนไปนาน
“ชี่ยส์~~
เงียบ ๆ สิจ๊ะ แซคจัง ปะป๊าหม่าม๊ากำลังแต่งงานกันอยู่น้า”
เห็นตัวเล็กไม่ยอมว่าง่ายเลยจัดการหยิบขวดนมยัดปากซะ
ซึ่งจัดการเด็กน้อยได้อยู่หมัด คุณแม่จำเป็นยิ้มกว้าง
ก่อนจะหันไปมองปรัมพิธีต่อ
“...บัดนี้ ขอประกาศว่าทั้งคู่ เป็นสามี-ภรรยา เชิญจูบเจ้าสาวได้”
“ว้าย ๆ ๆ ๆ ถึงฉากเด็ดแล้ว จุ๊บเลย บอส จุ๊บเลย!”
“แง๊~”
ทารกในอ้อมแขนประท้วงอีกครั้ง คราวนี้ขวดนมก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ตายแล้วแซคจัง อย่าเพิ่งงอแงตอนนี้สิ จะได้เวลาเจ้าสาวโยนช่อดอกไม้แล้ว”
“ผมช่วยอุ้มให้ก่อนมั๊ยครับ คุณลุซซูเรีย” หันไปมองคนเสนอความช่วยเหลือข้าง ๆ
แล้วก็ลังเล “บอกแล้วให้เรียกเจ๊ลุซไงจ๊ะ ว่าแต่จะไหวหรอสึนะจัง
ท่าทางเหมือนจะเป็นลมเลย”
“แค่เหนื่อยนิดหน่อยเองครับ” โดนทักอย่างเดิมอีกครั้งก็ยิ้มแหย นี่เขาดูโทรมขนาดนั้นเชียว
“อย่า
เลยครับ รุ่นที่ 10 ผมช่วยอุ้มเองดีกว่า!”
โกคุเดระที่คอยลอบมองอาการเจ้านายตลอดงานรีบยื่นตัวทำแทน
เจออย่างนี้สึนะก็ชักจะหงุดหงิด
“บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ โกคุเดระคุง!” ขึ้นเสียงด้วยความรำคาญอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลูกน้องคนสนิทถึงกับผงะไปนิด
....ก็มันช่วยไม่ได้นี่ คอยจุ้นจ้านทำนู่นทำนี่แทนเขาอยู่ได้
เขาไม่ได้ขี้โรคขนาดนั้นซะหน่อย รู้ว่าหวังดี
แต่ทำเหมือนเขาเป็นตัวไร้ประโยชน์อย่างนี้ เขาไม่ชอบ!....
“รุ่นที่ 10...” โกคุเดระหงอยลงไปทันตา ถ้าเป็นยามปกติสึนะคงจะรีบขอโทษขอโพย
แต่ยามนี้เขาดันรู้สึกหงุดหงิดเกินทน ไม่อยากจะเป็นแบบนี้หรอกนะ
เพราะยิ่งหงุดหงิดก็ยิ่งปวดหัว
แต่หงุดหงิด ก็คือ หงุดหงิดนั่นแหละ!
“แซคซันคุง มาหาอาสึนะดีกว่านะ” สึนะยื่นแขนออกไปรับหลานตัวน้อย
แต่คนอุ้มก็ยังลังเลอยู่ดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายชักจะสีหน้าไม่ดีมากขึ้น
ไอคิ้วที่ขมวดเล็กน้อยขัดกับรอยยิ้มบนหน้านั่น
เห็นก็รู้ว่าน่าจะมาจากความเจ็บปวดมากกว่าอารมณ์เสีย
“ผมไม่ทำหลานตกหรอกน่า เจ๊ลุซ!”
อึก...เผลอขึ้นเสียงอีกจนได้ อ้ากก ปวดหัว ๆ ๆ แต่ถึงปวดหัวยังไง แค่อุ้มหลาน เราทำได้อยู่แล้ว!!
“จ๊ะ ๆ ๆ” เจอขึ้นเสียงใส่บ้างเลยต้องจำใจยื่นทารกน้อยให้ แต่ไม่ทันที่สึนะจะรับไป “อ๊ะ โยนดอกไม้แล้ว!”
“กรี๊ดดดดดดดดดด ช่อดอกไม้!!!!”
“เอ๊ะ?!”
น้ำหนักในอ้อมแขนไม่มีน้ำหนักอย่างที่ควรจะเป็น
สึนะยืนนิ่งในท่ายื่นแขนค้าง เสียงอื้ออึงที่จู่ ๆ ก็ดังลั่น
ทำเอาสมองประมวลผลไม่ทันว่าในมือนั่นไม่ใช่เด็กทารก
กลิ่นหอมฉุนเป็นสิ่งเดียวที่เข้ามาในโสตประสาทก่อนโลกทั้งโลกจะเริ่มหมุนติ้ว....
“ว๊ายยย สึนะจัง!”
“รุ่นที่ 10!!!”
“วองโกเล่!”
....แล้วทุกอย่างก็ดับมืด
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออวลไปทั่ว
ไม่ต้องลืมตามองก็รู้ว่าตอนนี้เขาคงอยู่โรงพยาบาลในเครือวองโกเล่
แม้ปกติเขาจะไม่ค่อยชอบกลิ่นของโรงพยาบาลก็ตาม แต่กลิ่นสะอาด ๆ
นี่ก็รู้สึกดีกว่ากลิ่นฉุนของช่อดอกกุหลาบเมื่อกี้เยอะ
...ช่อดอกกุหลาบ...จริงสิ จำได้ลาง ๆ ว่าขณะกำลังรอรับหลานมาอุ้ม จู่ ๆ
ช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก็มาหล่นปุใส่แทนซะงั้น จากนั้นก็โดนสาว ๆ
รุมออกันจะแย่งช่อดอกไม้ แล้วเขาก็สลบไปเลย
คิดถึงตรงนี้ก็สมเพช
ตัวเอง เป็นถึงหัวหน้ามาเฟียแต่มาเป็นลมในงานแต่งงานต่อหน้าผู้หญิงด้วย!
อยากจะหมกตัวเองอยู่บนเตียงคนไข้ไม่ไปเจอหน้าประชาชีตลอดชีวิตเลยจริง ๆ
“ถ้ารู้สึกตัวแล้วก็ลืมตาสิ เจ้าห่วยสึนะ” คำเรียกที่ไม่ได้ยินมานาน
คนที่ยังย้ำฉายาในวัยเด็กเขาอยู่เรื่อย ๆ ก็มีอยู่เพียงแค่คนเดียว
อาจารย์พิเศษที่ไม่เคยยอมรับเขาซะที
“ขอหลับอีกซักนิดไม่ได้หรอ
รีบอร์น ฉันยังปวดหัวอยู่นะ!” ว่าแล้วก็พลิกตัวซุกลงไปกับผ้าห่ม ไหน ๆ
ก็ถูกหามมาโรง’บาล ขอถือโอกาสพักผ่อนหน่อยไม่ได้หรือไงกัน
“แกไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรหรือไง”
“ก็แค่เหนื่อยเท่านั้นแหละ ทั้งเดือนฉันยุ่งเรื่องงานตลอดนี่นา”
“คิดตื้นจริง ๆ” แต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดขึ้นมา
ก๊อก ๆ ๆ
“คนไข้รู้สึกตัวหรือยังคะ?”
...คงเป็นพยาบาล ไม่ก็หมอ...สึนะเดา ยังไม่ยอมลืมตาตื่นโดยดี
รีบอร์นพยักหน้า คุณหมอสาวเลยเดินเข้ามาเช็คอาการร่างเล็กที่ทู่ซี้หลับตาอยู่อย่างนั้น
“คุณซาวาดะคะ ตื่นขึ้นมารับยาก่อนนะคะ แล้วค่อยนอนต่อ”
ยา?... คงเป็นยาแก้ปวดหัว
“ก็ได้ ๆ” เจอคุณหมอเรียกให้ตื่น เลยต้องยอมลืมตาลุกขึ้น แต่ก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นถาดตรงหน้า “นี่มันอะไรเนี่ย!!”
บนถาดแสตนด์เลสวางเม็ดยาหลากสีซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 5 เม็ด แค่แก้ปวดมันต้องกินอะไรเยอะแยะขนาดนี้เลยหรอ?!
“ทำไมมันเยอะอย่างนี้ ผมแค่ปวดหัวเองนะ!”
“สภาพร่างกายของคุณซาวาดะตอนนี้หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดจะดีกว่า แต่ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ
หมอก็จะจ่ายยาพาราให้ ส่วนพวกนี้เป็นวิตามินต่าง ๆ กับยาบำรุงครรภ์ค่ะ”
คุณหมอสาวคนสวยแย้มยิ้มหวาน แต่ตัวคนไข้กลับหน้าซีดเผือด
“ยา...
ยา...เมื่อกี้ว่ายาอะไรนะ?!” ...บำรุงครรภ์? นี่เขาฟังผิดใช่มั๊ย?
ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนเยี่ยมคนเดียวในห้องก็ชักสังหรณ์ใจไม่ดี
“ยาบำรุงครรภ์ค่ะ ตายจริง คุณรีบอร์นยังไม่ได้บอกหรือคะ?”
สึนะหันขวับไปมองอาจารย์สอนพิเศษทันที ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์
เห็นแล้วสึนะยิ่งหน้าซีด
“งั้นหมอบอกเองเลยละกันนะคะ ยินดีด้วยค่ะคุณซาวาดะ ตอนนี้คุณท้องได้ 2 เดือนแล้วค่ะ”
“ทะ...ท้อง...” นี่เขาฟังไม่ชัดใช่มั๊ย? หมอคงพูดว่าท้องอืดมากกว่า
....ท้องอืด 2 เดือนเนี่ยนะ?....แล้วยังคำว่า ‘ครรภ์’ นั่นอีก
บ้าน่า...จะเป็นไปได้ยังไง
“ผมเป็นผู้ชายนะ!” ใช่ เขาเป็นผู้ชาย ถึงจะไม่หล่อล่ำมาดแมนนัก แต่ก็ผู้ชายทั้งแท่งนะ!! ไม่มีมดลูก มันจะท้องได้ยังไง?!
นี่มันล้อเล่นกันใช่มั๊ย?
ใช่มั๊ย?!!
“รีบอร์น!!!!”
เรื่องเป็นไปไม่ได้แบบนี้ ตัวการก็มีแค่คนนี้คนเดียวนี่แหละ
“หมายความว่าไงน่ะ รีบอร์น? นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน ฉันไม่ขำไปด้วยนะ!”
“แล้วฉันจะให้หมอมาหลอกแกเล่นเพื่ออะไร”
“จะไปรู้นายหรอ แต่ไหนแต่ไหนมานายก็ชอบเห็นฉันเป็นของเล่นแก้เบื่อประจำ”
สึนะทำหน้ามุ่ยแก้มป่องงอนเหมือนเด็ก ๆ โชคดีที่เจ้าตัวแม้อายุจะเลยเลข2
แล้วแต่หน้ายังเบบี้เฟซ เลยทำแล้วไม่น่าเกลียด
“อย่างที่คุณรีบอร์นพูด ดิฉันไม่ได้ล้อเล่นนะคะคุณซาวาดะ จะดูผลตรวจยืนยันก็ได้นะคะ”
“ผลตรวจมันก็ปลอมแปลงได้...” ถึงยังไงเขาก็ไม่เชื่อ! จะให้เชื่อได้ยังไง ผู้ชายที่ไหนเขาท้องกัน?
“แล้วแซคซันหลานแก เป็นลูกใคร” เหมือนจะล่วงรู้ความคิดของลูกศิษย์
จึงเอ่ยถึงหลานชายที่เจ้าบ้านทั้งรุ่นที่แล้วและรุ่นปัจจุบันของวองโกเล่
กำลังเห่อนักหนา
....ลูกของแซนซัส กับ .....
“….สควอลโล่”
ฟังไม่ผิดหรอก ลูกของแซนซัส กับ สควอลโล่!!
เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากจบเรื่องราวบาดหมางระหว่างวองโกเล่ และมิลฟีโอเร่ โลกมาเฟียกลับมาสงบสุขเท่าที่จะสงบได้อีกครั้ง
ทว่า
นั่นไม่ได้รวมถึงสภาพร่างกายของบอสใหญ่วองโกเล่ รุ่นที่ 9
ซึ่งสุขภาพได้ทรุดลงไปมาก ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อครั้งศึกชิงแหวน ดังนั้น
ทันทีที่ซาวาดะ สึนะโยชิ บรรลุนิติภาวะ รุ่นที่ 9 ก็ได้รีบสละตำแหน่ง
ถอนตัวไปอยู่คฤหาสน์ส่วนตัวแถบชนบทตามประสาคนแก่
และด้วยความเป็นคนชราอยู่ตัวคนเดียว จึงนึกอยากจะมีหลานมาเป็นเพื่อนเล่น รุ่นที่ 9
เลยได้ยื่นคำขาดให้แซนซัสบุตรชายบุญธรรมเพียงคนเดียวว่า
ถ้าไม่ได้เห็นหน้าหลานก่อนตาย จะตัดแซนซัสออกจากกองมรดก
เพราะไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนและไม่อยากเสียขุมเงินขุมทองไป
แซนซัสจึงยอมเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์และคบกับสควอลโล่อยู่
แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความอยากอุ้มหลานของรุ่นที่ 9 ลง
แถมยังจัดการสั่งให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดของวองโกเล่คิดค้นยาแปลงเพศ
ขึ้นมา แล้วดันทำได้ซะอีก เรื่องราวหลังจากนั้นก็คงพอเดาได้กัน
บทสรุปคือ รุ่นที่ 9 ได้หลานชายสมใจชื่อ “แซคซัน”
ถึงร่างกายจะเป็นหญิงแล้ว ทว่าในบัตรประชาชนยังคงเป็นชาย แม้จดทะเบียนไม่ได้
แต่เพื่อไม่ให้น่าเกลียด หลังคลอดแซคซันแล้ว รุ่นที่ 9
จึงได้จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่ขึ้น
เขา ซาวาดะ สึนะโยชิ
วองโกเล่รุ่นปัจจุบัน
จึงได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้แซนซัสซึ่งฐานะถือว่าเป็นลูก
น้องตน เป็นเหตุให้วิ่งวุ่นจนสภาพร่างกายทรุดโทรมอยู่อย่างนี้
“แต่นั่นเพราะสควอลโล่เป็นผู้หญิงแล้วนี่!” เพื่อความแน่ใจ สึนะเลยสำรวจร่างกายตัวเอง ...ข้างบนไม่มี ข้างล่างไม่หาย...
ยังไงก็ผู้ชาย!!
“นายจำวันเกิดแซคซันได้มั๊ย?” วันเกิดแซคซันตรงกับวันปีใหม่พอดี
ทางวองโกเล่เลยจัดปาร์ตี้กันใหญ่โตมีการเชิญแฟมิลี่พันธมิตรมากหน้าหลายตามา
ร่วมงาน ตลอดเวลางานเขาถูกบอสต่างแฟมิลี่ชวนดื่มนับไม่ถ้วน
รายละเอียดตลอดงานเขาเลยจำได้เลือนลาง
“จำ...เอ่อ...จำได้สิ แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?”
“พอดีฉันไปเจอยาเปลี่ยนเพศในห้องทดลองของจางนีนี่เลยเอามาใส่แก้วเหล้าแก”
“นี่นายจะให้ฉันเป็นผู้หญิงงั้นเรอะ!!!” สึนะอ้าปากค้าง รีบอร์นยักไหล่แบบไม่แคร์
“แต่นายก็ไม่ได้เป็นใช่มั๊ยล่ะ
ตอนหลังได้รู้จากจางนีนี่ว่ามันเป็นแค่รุ่นทดลอง
ฉันเลยนึกว่ามันคงไม่มีอะไร ที่ไหนได้ มันดันไปสร้างมดลูกจำลองขึ้นมา
ก็เหมือนภาพลวงตาของมุคุโรที่สร้างอวัยวะภายในให้โคลมล่ะนะ....”
จากนั้นรีบอร์นก็ร่ายยาวอีกสองสามประโยค
แต่สึนะไม่รับรู้เพราะนิ่งแข็งเป็นรูปปั้นไปแล้ว
มดลูกจำลอง...มีมดลูก งั้นก็ท้องได้...
ท้อง....ท้อง........
ท้อง!!!
“แล้วใครเป็นพ่อเด็กล่ะ!”
“เรื่องนั้นนายน่าจะรู้เองนะ” ถึงตรงนี้สึนะก็หน้าแดงสลับซีด
....ปัญหาคือเขาไม่รู้น่ะสิ!....
“ฮือออออออ รีบอร์นบ้า สุดท้ายแล้วก็เพราะนายจริง ๆ ด้วย!!!”
ร่างเล็กร้องไห้โฮ ตีโพยตีพายราวโลกจะแตก
แต่นี่มันร้ายแรงกว่าโลกแตกเสียอีก
เขาท้อง
เขาท้อง
เขาท้อง!!!
“ใจเย็น ๆ ค่ะคุณซาวาดะ ถ้าเครียดมากจะกระเทือนลูกในท้องนะคะ”
จะย้ำทำไม๊!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!” สึนะกรี๊ดลั่นได้ยินทั้งโรงพยาบาล คุณหมอสาวถึงกลับหน้าเครียด ...ห่วงอย่างเดียวคือเด็กในท้อง
“ใจเย็นค่ะ คุณซาวาดะ เดี๋ยวเด็กในท้องจะ!!”
“หุบปาก หุบปาก หุบปาก!!!”
“คุณซาวาดะ!”
“เฮ้อ....”
แล้วในห้องพักหมายเลข 27 ก็วุ่นวายไปพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว
++++++++++++++++++++++++++++++++++

SAXON = การต่อสู้
ช่ืางเป็นชื่อที่เหมาะกับลูกคู่ XS อะไรอย่างนี้นะ...


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าว่า ทูน่าก็ท้องได้รึป่าวเนี่ยย 5555
ว่าแต่ท้องกับใครช่วยจำหน่อยไม่ได้เรอะ หรือว่ากะสามีทั้งสาม นึกภาพผลผลิตที่จะออกมา (/โดนฮัสจังตบ กรั่กๆๆ)
ที่เค้าว่าคนท้องจะขี้หงุดหงิดท่าทางจะจริงสิน้า แต่ไปตวาดใส่โกคุแบบนั้นเดี๋ยวปั๊ดจับทำทูน่ากระป๋องซะเลยนิ่สึนะโยชิ
ลูกป๋ากะหลามม ชื่อเหมาะจริงจากการกระทำของพ่อแม่ ฮะฮะ เลี้ยงลูกโตแล้วช่วยกลับสู่สภาพเดิมด้วยนะสควอลจัง เดี๋ยวไม่วาย เอิ๊กกกกก
#1 By -PK-> on 2009-09-18 23:26