FanFiCTioN

[KHR~FanFic-87/69/18+27]This is a FAMIGLIA {7}

posted on 18 Nov 2009 16:28 by hussoshi  in FanFiCTioN

Title : This is a FAMIGLIA!

Author : O.H.R HuSTsU

Category : Romance

Fandom : Katekyo Hitman Reborn!

Pairing : 8727 / 6927 / 1827 / XS / 10051 / 8059 / RD / LamboFuta

Rate : PG-15 > NC-18

Warning : Mpreg



Notice :

1. เรื่องนี้คนเขียนลำเอียงประแจอย่างตั้งใจ

2. สึนะเรื่องนี้เอาท์คาแรคเตอร์สุดกู่แต่มีสาเหตุ

3. อย่าหาสาระกับเรื่องนี้เพราะมันไม่มี

4. อย่าหาความสนุกจากเรื่องนี้เช่นกัน เพราะคนแต่งเองก็ไม่มั่นใจในฝีมือ

 

  Chapter 7 : คำปฏิญาณของรีบอร์น

 
 
 
“ฮ๊าาาาาา ในที่สุดก็หลุดพ้น” สึนะโยชิถอนใจยาว บิดขี้เกียจกลางที่สาธารณะอย่างไม่แคร์เลยซักนิด แม้ท่ามกลางฝูงชนพลุกพล่านของย่านช๊อปปิ้งสตรีทแล้ว กลุ่มตัวเองก็ยังเด่นสะดุดตาก็ตาม

ก็มันอดไม่ได้นี่นา เพราะ3-4 วันมานี้ นอกจากหนึ่งในสามหนุ่มคนสำคัญจะตามดูแลอยู่ข้างกายแจแล้ว ยังมีพวกฟูตะ แรมโบ้ ที่คอยเข้ามาแทรกด้วยประจำ แล้วคิดหรือว่าเขาไม่รู้... ว่านอกจากเข้ามาแทรกเวลาเขาอยู่ตามลำพังกับผู้พิทักษ์คนใดคนหนึ่งแล้ว พวกนั้นจะคอยสะกดรอยตามเขา...


“จริงด้วยครับ ไม่รู้ว่าจู่ ๆ เป็นอะไร” มุคุโรเองก็จับสังเกตได้เช่นกันว่าช่วงนี้จะถูกมือที่สามเข้ามาขวางเวลาส่วน ตัวเสมอ จึงได้เสนอให้ออกมาข้างนอก เพราะถึงสึนะโยชิจะไม่ออกปากว่าจะมากันเพียงลำพัง เขาก็จะพาสึนะโยชิหนีพวกนั้นเอง


“ก็คงเป็นห่วงล่ะมั้ง” สปาน่ายังคงมองในแง่ดี


“ถ้าแค่นั้นก็ดีสินะครับ” เขาเองก็อยากคิดว่ามันไม่มีเบื้องหลังอะไร “แต่กลัวว่ามันจะเกี่ยวข้องอะไรกับ...กับ...”


“พ่อแม่เธอน่ะหรอ”


“อืม...”


หลังจากที่เขาไปพูดตอกหน้าใส่อิเอมิสึกับนานะวันนั้น ตอนแรกนึกว่าทั้งคู่จะเลิกรากลับไปฮันนีมูนรอบโลกต่อ ทว่ากับข้าวทั้งเช้า กลางวัน เย็น ฝีมือของแม่ ทำให้รู้ว่าสองคนนั้นยังไม่ไปไหน แต่ก็มีแต่กับข้าวเท่านั้น ที่แสดงถึงตัวตน เพราะตลอดระยะเวลาที่อิเอมิสึ กับ นานะ ยังอยู่ในคฤหาสน์ เขากลับไม่เห็นทั้งสองเลยแม้แต่เงา


...หลบหน้างั้นหรือ?....

....หรือเขาเองกันแน่ที่เป็นฝ่ายหลบ?....


ใจหนึ่งก็อยากเจอ อยากคุย อยากขอโทษ ใจหนึ่งก็กลัว....


กลัวท่าทีเมินเฉย....


กลัวสายตาเย็นชา....


กลัวคำพูดไม่ยอมรับ....


...กลัว... ที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญไปในคราวเดียว...



“โอ๊ยย” สึนะอุทานพลางลูบหน้าผากป้อย ๆ “ทำอะไรน่ะครับ ฮิบาริซัง! จู่ ๆ มาดีดหน้าผากผมทำไม”


“เป็นสัตว์กินพืชแล้วยังนั่งคิดมาก เดี๋ยวก็เฉาตาย” ถลึงตามองคนพูด... นี่คิดว่าแฟนตัวเองเป็นกระต่ายหรือไง งั้นตัวเองที่มาคบกับกระต่าย ไม่เรียกว่าวิปริตเรอะ


“อะไรน่ะสายตานั่น นี่ฉันยอมมาสุมหัวกับเธอแล้ว ช่วยทำหน้าดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง”


“ก็ทำไมต้อง...”


“เอาล่ะ ๆ พอแล้วล่ะครับ” มุคุโร่ปกติที่ชอบสุมไฟ คราวนี้กลับเป็นฝ่ายห้ามทัพ “อย่างที่ฮิบาริคุงพูดมันก็ถูก วันนี้เป็นเดทของพวกเราทั้งที มาทำใจให้สบายดีกว่า นะครับ”
สึนะมองชายหนุ่มแล้วก็ยอมจำนนกับรอยยิ้มออดอ้อน ก่อนจะยิ้มออกมาบ้าง


“นั่นสินะ เดททั้งที....” ว่าแล้วก็จัดการควงแขนผู้พิทักษ์เมฆา และสายหมอก ไม่ลืมจะหันไปยิ้มให้สปาน่า “วันนี้พวกเรามาสนุกกันเถอะ!”


“แน่นอนอยู่แล้ว”


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เห็นลูกชายหัวเราะคิกคักแถมควงแขนกับผู้ชาย อดไม่ได้ต้องลูบแขนตัวเองบรรเทาอาการขนลุก ลูกชายตัวเองนิสัยชักจะเหมือนสาวน้อยเข้าไปทุกที เห็นแล้วก็กลุ้ม ที่กลุ้มยิ่งกว่าคือ พอสึนะแต่งตัวแบบนั้น แถมไว้ผมยาวอีก หากเขาไม่ใช่พ่อมัน ก็คงมีสิทธิ์เข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง
นี่ต้องโทษเขาที่เชื้อไม่แรงพอ หรือความผิดนานะที่คลอดลูกชายหน้าเหมือนแม่เกินไปเนี่ย


“ว่าไง... พวกมันดูรักกันดีอย่างนี้ แกยังคิดจะกีดกันอีกเรอะ” รีบอร์นเอ่ยถามพลางมองคนทำท่าพะอืดพะอมอย่างหน่าย ๆ


“ความรักน่ะ มันไม่ใช่ทุกอย่างหรอกนะ” คนเราจะอยู่รอดในสังคมได้ มันต้องมีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง มาอ้างคำว่ารักอย่างเดียวมันไม่พอ ยิ่งความรักที่ผิดธรรมชาติอย่างนี้... มันจะยืนยาวไปได้ซักเท่าไหร่กัน


....จะมีแต่ความสุขไปได้ซักเท่าไหร่.....


“หึ... นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำนั้นจากคนอย่างนาย ไม่สิ ต้องบอกคำพูดสมเป็นนาย” คนเห็นภาระหน้าที่สำคัญกว่าครอบครัวอย่างอิเอมิสึ จะมาเข้าใจอะไรกับความรักอย่างนี้... จะมาเข้าใจอะไรสึนะโยชิ


แต่คนที่คอยอยู่เคียงข้างอย่างเขาเข้าใจดี


...เด็กคนนั้นโหยหาความรักมาตลอด.... เพราะงั้นถึงได้คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ เพียงเพื่อจะได้รับความรู้สึกดี ๆ ตอบกลับมา...แม้เพียงซักนิด....


ได้อยู่ในสายตาคนอื่น....แม้เพียงซักนิด....


แล้วนายที่ไม่เคยรับรู้ว่าลูกชายตัวเองผ่านความขมขื่นอะไรมากบ้าง มีสิทธิ์อะไรมาอ้างความเป็นพ่อแล้วพรากความสุขไปจากเด็กคนนั้น...อิเอมิสึ



“ลูกนายน่ะ ไม่เหมือนนายหรอกนะ”


“ฉันก็ไม่ได้ให้มันมาเหมือนฉัน... แค่ให้มันทำตัวสมเป็นลูกผู้ชายซักนิด” ยังคงดื้อด้านจนเกินเยียวยา...


“แล้วฉันจะทำให้แกยอมรับ” จะทำทุกทาง เพื่อไม่ให้เด็กคนนั้นต้องเสียน้ำตา... จะไม่ยอมให้ใครขัดขวาง แม้แต่นาย


ซาวาดะ อิเอมิสึ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“กินหมดจนได้นะครับ...” โรคุโด มุคุโรมองซากที่เหลืออยู่บนโต๊ะอย่างทึ่ง ๆ


ด้วยเพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงได้ตกลงว่าจะสั่งคนละหน้า แล้วร้านนี้ ก็ดันมีแต่ขนาดใหญ่ขนาดเดียวเลยคิดว่า ถ้าเหลือ จะเอากลับไปฝากคนที่คฤหาสน์ แต่ทว่า จนแล้วจนรอด พิซซ่า 4 ถาดใหญ่ ก็หายวับไปในพริบตา ที่เหนือความคาดหมายคือ คนที่กินมากที่สุด ดันเป็นบอสตัวเล็กที่กำลังเอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องไปมาอย่างสบายใจนี่น่ะสิ


“อืม... อิ่มจริง ๆ”


“ไม่อิ่มก็เวอร์แล้ว เจ้าสัตว์กินพืช” ฮิบาริเองก็อึ้งเช่นเดียวกัน ไม่คิดว่ามัน นอกจากจะกินของตัวเองเกินครึ่งถาดแล้ว ยังอุตส่าห์หยิบของชาวบ้านไปกินอีกอย่างละชิ้นสองชิ้น ไม่รู้ว่าตัวแค่นี้ เอาไปยัดไว้ตรงไหน


“แหะ ๆ” หัวเราะแห้ง ๆ เพราะรู้ตัวดีว่ากินไปเยอะแค่ไหน เขาเองก็แอบตกใจว่าทำไมวันนี้ถึงกินจุนัก


“คงเพราะท้องล่ะมั้ง ต้องกินเผื่อลูกด้วยนี่” สปาน่ากลับไม่แปลกใจอะไร เพราะสังเกตมาตลอดว่าหลัง ๆ เจ้าตัวเล็กเริ่มกินมากขึ้น


“นั่นสิครับ กินไปเถอะครับ สึนะโยชิคุง ลูกของผมจะได้อ้วนท้วนสมบูรณ์” มุคุโร่ได้ที รีบตีตราจองความเป็นพ่อ


“กินแต่อาหารขยะ มันจะไปมีประโยชน์อะไร ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ รู้ไว้ด้วย เดี๋ยวลูกฉันไม่แข็งแรงล่ะก็ จะขย้ำซะ” ฮิบาริก็ไม่ยอมน้อยหน้า ...ลูกของสึนะโยชิ ต้องกลายเป็นทายาทตระกูลฮิบาริเท่านั้น


“ยังไม่จบกันอีกหรอครับเรื่องนี้” สึนะเท้าคางอย่างเซ็ง ๆ มัวแต่ห่วงเรื่องพ่อแม่ จนลืมไปว่า ยังมีเรื่องนี้อีก... เรื่องที่ว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริง...


“จะให้จบกันได้ง่าย ๆ ยังไงล่ะ นี่มันเรื่องใหญ่นะครับ”


“ไม่ว่ายังไง เด็กคนนี้ต้องเข้าตระกูลฮิบาริ”


“เฮ้อ...” เพราะอิ่มจัด เลยไม่มีแรงจะเถียงอะไร จึงปล่อยให้คู่กัดขาประจำเถียงข้ามหัวกันเอง ส่วนตัวเองก็แอบเหลือบตามองชายหนุ่มที่นั่งดูสถานการณ์เงียบ ๆ


จะว่าไปก็มีแต่สปาน่าซังนี่แหละ ที่ไม่ออกมาโวยวายเรื่องแย่งสถานะความเป็นพ่อเด็ก...จนอดคิดมากไม่ได้ว่า ชายหนุ่มจะไม่แคร์...


“หืม?...” พอรับรู้ว่าร่างเล็กมองมา จึงหันไปหา “มีอะไรหรือเปล่า สึนะโยชิ?”


“อ่ะ เปล่าครับ” ส่ายหัวดิก แล้วรีบเสตามองไปทางอื่น ...กังวลอะไรไม่เข้าท่านะเรา... สายตา คำพูด และการกระทำอันแสนอ่อนโยนตลอดมาของสปาน่าซัง ก็เป็นเครื่องยืนยันพอแล้วนี่นา....


“เอาล่ะ ๆ เลิกทะเลาะกันซักที ทั้งสองคน วันนี้มาสนุกกันไม่ใช่หรือไง รีบจ่ายตังแล้วออกไปช๊อปกันดีกว่า”


“เพราะสึนะโยชิคุงขอหรอกนะครับ”


“เหอะ...”


“เฮ้อ... จะมีครั้งไหนที่อยู่พร้อมหน้ากันแล้วไม่ทะเลาะกันบ้างมั๊ยนะ” สึนะโยชิมองหนุ่มเมฆาและสายหมอกด้วยสายตาเบื่อ ๆ


“มีอยู่ครั้งนึงนะ” สปาน่าที่ไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มเรื่องแต่มักจะโดนดึงเข้าไปร่วมด้วยทุกทีพูดขึ้น “ตอนวันเกิดฮิบาริคืนนั้นน่ะ...”


“เอ๋???”


“ลืมแล้วหรอ ที่เราไปฉลองวันเกิดฮิบาริกันที่บาร์แค่ 4 คน” ถ้าเรื่องไปดื่มกันที่บาร์ช่วงเย็นน่ะ เขาจำได้ แต่เรื่องหลังจากนั้น...


“คึ หึหึ สึนะโยชิคุงเมาหนักขนาดนั้น คงจำไม่ได้หรอกครับ” เห็นมุคุโรทำสายตาเคลิ้มระลึกความหลังอย่างนั้นแล้วเขาชักจะไม่อยากนึก เรื่องคืนนั้นออกแล้วสิ


“เธอก็อย่างนี้ประจำ เหล้าเข้าปากทีไรเป็นไม่ได้เรื่องทุกที ไองานปีใหม่คราวนั้นถึงได้โดนเจ้าหนูวางยาได้ง่าย ๆ” ฮิบาริประสานมือเท้าคาง แล้วยิ้มมุมปากเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อวันวานขึ้นได้ “แต่คืนนั้น...หึหึ เป็นวันเกิดที่สุดยอดจริง ๆ”


“อะไรกันน่ะครับ” สึนะหน้ามุ่ยมองสองคนที่มัวอมพะนำไปมา “ก็มันจำไม่ได้นี่นา จะช่วยบอกกันหน่อยไม่ได้หรือไง”


“ฉันว่าเรื่องนี้ไว้ให้เธอไปนั่งนึกเอาเองดีกว่า” สปาน่าคนเปิดประเด็นก่อน กลับเป็นฝ่ายปิดประเด็นเอาดื้อ ๆ


“ขี้งก...” สึนะพึมพำบ่นสามหนุ่ม ซึ่งได้ตอบกลับมาเป็นเสียงหัวเราะอย่างรื่นเริง...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


“จะดีหรอ แรมโบ้” ร่างสูงโปร่งถามพร้อมขืนตัวไม่ให้ผู้พิทักษ์อัศนีลากจูงไปได้ต่อ “ฉันว่าเรื่องนี้เราเก็บเงียบไว้...”


“แต่มันอาจจะช่วยวองโกเล่ได้ก็ได้นะ” หนุ่มอิตาลีดึงดันให้อีกฝ่ายเดินตามมาต่อ แต่ก็สู้แรงฝืนไม่ได้ “นายไม่อยากช่วยวองโกเล่หรือไง ฟูตะ”


“พูดอะไรโง่ ๆ น่ะ!” หนนี้เด็กหนุ่มถึงกับสะบัดมือหลุดจากพันธนาการ “ถ้าเพื่อพี่สึนะฉันยินดีช่วยทุกอย่างอยู่แล้ว แต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกันนี่!!...อีกอย่าง...”


“อีกอย่าง?”


“อีกอย่าง...หม่าม๊ากับพวกเรา ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน” ฟูตะหลุบตามองต่ำ...ความจริงที่เขาพยายามทำเป็นลืม...


...ถูกไล่ล่าจากเหล่ามาเฟียเพราะความสามารถพิเศษตั้งแต่จำความได้ เดินทางร่อนเร่ตัวคนเดียวมาตลอด ไม่มีเพื่อนพ้อง ไม่มีครอบครัว ทุกคนที่เข้ามาตีสนิทก็หวังเพียงข้อมูล กอบโกยเพียงผลประโยชน์ มีชีวิตในฐานะเครื่องมือของใครหลาย ๆ คน

กระทั่งได้มาเจอพี่สึนะ ได้เจอหม่าม๊า เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสความอบอุ่น ความอ่อนโยน ได้รู้จักกับคำว่าครอบครัว ได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย จนกลายเป็นยึดติด จนกลายเป็นมองข้าม...


ความเป็นจริงเดียวที่ขวางกั้น.... เส้นบาง ๆ ที่คอยเป็นเสี้ยนในใจ


“ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน...” รักดั่งครอบครัวแค่ไหน สุดท้ายก็ย่อมต้องเลือกเลือดเนื้อในอุทร


คนนอกอย่างเขาจะมีอิทธิพลอะไร...



“ใช่สายเลือดเดียวกัน ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแล้วยังไง” เห็นท่าทีหงอยซึมแล้วก็หงุดหงิด ฟูตะที่เขารู้จักต้องมีแต่รอยยิ้มอ่อนโยนเท่านั้น


“อ๊ะ แรมโบ้” ฟูตะอุทานลั่นเมื่อจู่ ๆ หนุ่มอ่อนวัยกว่าก็คว้าศีรษะตนเข้าไปซบอก ส่วนสูงที่พอ ๆ กัน ทำให้ฟูตะต้องค้อมตัวเมื่อย แต่ตนก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจัง “นี่ แรมโบ้... ปล่อยเถอะ ถ้าใครมาเห็น...”


“จะกลัวไปทำไมล่ะ ไหน ๆ เราก็จะบอกเรื่องนี้กับหม่าม๊าไม่ใช่หรือไง”


“แต่...”


“ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ก็ช่าง จะไม่ถูกยอมรับก็ช่าง จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ช่าง... แต่พวกเรารักหม่าม๊า เห็นหม่าม๊าเสมือนแม่แท้ ๆ แค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่หรอ การที่เราจะบอกความสุข แบ่งปันความสุขให้กับคนที่เรารัก มันผิดตรงไหน” แรมโบ้กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ฟูตะไม่เพียงไม่ขืนตัวต่อ กลับหลับตาฟังเสียงหัวใจที่ราวกับมีมนต์ ช่วยบรรเทาความว้าวุ่นได้อย่างน่าประหลาด


“แล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะ เป็นยังไงนะฟูตะ ฉันก็จะยังอยู่ข้างนาย เป็นครอบครัวของนาย เป็นที่หนึ่งของนาย เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง...เพราะงั้นนายไม่จำเป็นต้องกลัว ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ...ตลอดมาเป็นนายที่ดูแลฉัน ต่อจากนี้ไป ฉันจะขอเป็นฝ่ายดูแลนายบ้างล่ะ”


“แรมโบ้...” เหลือบมองใบหน้าจริงจังหาได้ยากของหนุ่มอิตาลีแล้วก็หลุดยิ้ม ...นั่นสินะ... ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว เขามีครอบครัวเป็นของตัวเอง ครอบครัวที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสายเลือด... ครอบครัวที่จะอยู่เคียงข้างเสมอ...


....ครอบครัววองโกเล่...



“ขอบคุณนะ”


“เรามันครอบครัวเดียวกันนี่... อีกอย่าง อย่าดูถูกความรักที่หม่าม๊ามีให้พวกเรามาตลอดสิ... อาจจะไม่ใช่ในทันที แต่ฉันเชื่อว่า ซักวัน หม่าม๊าต้องยอมรับ และยินดีไปกับเรื่องของพวกเราและพวกวองโกเล่ได้แน่ ๆ...ฉันมั่นใจ”


“นั่นสิ...” ซาวาดะ นานะ ผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนและจริงใจเสมอ... ผู้หญิงที่เป็นคนเลี้ยงดูบอสที่ใจดีกว่าใครคนนั้น...


“ไปกันเถอะ” แรมโบ้ปล่อยร่างโปร่งออกจากอ้อมแขนก่อนจะยื่นมือส่งไปให้ แน่นอนว่าฟูตะตอบรับมือนั้นโดยดี


“อืม ไปกันเถอะ...”



   สองหนุ่มมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดิมที่วางเอาไว้ด้วยก้าวย่างที่มั่นคงหนัก แน่น ทว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ชีวิตคนเรา ย่อมเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้ตลอดเวลา

ทันทีที่ผู้พิทักษ์อัศนีเปิด ประตูห้องพักแขกคนสำคัญของวองโกเล่ ความโอ่โถง โล่งว่างของห้องพาให้เด็กหนุ่มหันมามองหน้ากันด้วยสังหรณ์ถึงความไม่ชอบมาพา กล


...ห้องโล่งกว้างและเงียบสงัด... ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ต้องการหา


“ฟูตะ...” เด็กหนุ่มอิตาลีเหลือบมองคนข้าง ๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็ยังเป็นฟูตะที่คอยดูแลและตัดสินใจทุกอย่าง


“ใจ...ใจเย็น ๆ นายค้นให้ทั่วห้องก่อน ส่วนฉันจะไปตามพวกลูกน้องให้ช่วยหาทั่วคฤหาสน์ ถ้าเจออะไรผิดปกติรีบโทรหาทันทีเลยนะ”


“โอเค”


ว่าจบดังนั้นแล้วฟูตะก็รีบวิ่งออกจากห้องพร้อมควักมือถือกดติดต่อไปยังศูนย์ กลางฝ่ายความปลอดภัยของคฤหาสน์วองโกเล่ทันที จากนั้นก็โทรบอกจางนีนี่ให้ตรวจเช็คกล้องวงจรปิดทั่วคฤหาสน์


“เหลือแจ้งพี่บาจิล กับพี่โชอิจิ...”



“ฟูตะคุง ระวัง!!” เพราะมัวแต่วิ่งไปด้วยคิดถึงเรื่องอื่นไปด้วยจนลืมดูทาง เด็กหนุ่มจึงเกือบวิ่งปะทะคนที่เพิ่งเดินออกมาจากทางแยกเข้าให้


“รีบร้อนอะไรน่ะ ฟูตะคุง?” ฝ่ายเกือบถูกชนเมื่อครู่ก็ใจหายวาบ เพราะถ้าตนไม่ร้องเตือนไว้ก่อน ของในถาดที่ถืออยู่ โดยเฉพาะชาเพิ่งชงเสร็จร้อน ๆ คงได้ไปสร้างแผลให้ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งเข้า


“พี่...พี่โชอิจิ”


“อืม วิ่งหน้าตื่นมาเชียว เกิดเรื่องอะไรขึ้น? คงไม่ใช่ว่าคุณเบียคุรันไปก่อเรื่องอะไรหรอกนะ...”


“หา? แล้วพี่เบียคุรันไปทำอะไร? ไม่สิ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน แย่แล้วล่ะ พี่โชอิจิ หม่าม๊า...หม่าม๊า...”


“นานะซัง? ทำไม?”
 
 
 
“หม่าม๊าหายตัวไปน่ะสิ!!!”

 
 
TBC
 
 
 
  ตรูว่าตรูแต่งเลิฟคอมเมดี้นะ
 
 
 
 
[Joey]I'm the tutor home Reborn - อยากกินเหมือนกัน อิจฉาพวกมันฝะ TT^TT
 
Firodendon  - หรือลูกจะหน้าไปเหมือนคนข้างบ้าน?    ( มันยังมีอีกเรอะ *0* )
 
 
Omo : โอโม่?  - อยากเห็นเหมือนกัน กร้ากกก ( ว่าง ๆ จะวาดนะงับ )
 
 
-PK->  - เคลียร์หลามแกก่อนดีกว่ามั๊ย งี๊ดด ( ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์วาดรูปอ่ะตัว )  หลามแกกับผัวไปฮันนีมูนย่ะ ทิ้งลูกให้เจ๊ลุซเลี้ยง ( ชักห่วงอนาคตหนูแซคซัน )

 

CrazyApple - นังฮิเขาถึกอยู่แล้ว~ ถึงกัดกันยังไงก็คงไม่ถึงกับฆ่ากันตายหรอกเนอะ ( หรอ? ) ไว้มีลูกแล้วอาจจะสามัคคีขึ้น ( มั้ง )

 

เม - ท้องแล้วฮอร์โมนหญิงพลุ่งพล่านค่ะ โฮะ ๆ สุดท้ายพระเอก( ในดวงใจ ) คนแต่ง ก็คือ ประแจ


ShoutMix chat widget